Last  Diary

วันซนซน...
Deauville + นึกถึงเพลงเก่าๆ..
Maman ...Papa...
ยังไม่หายดีเลยครับ
เมื่อหนูไม่สบายและมีอาการท้องเสียร่วม
พัฒนาการ 1 ขวบ+ฟันซี่ที่ 8
forever + Leo ตั้งไข่...
My 1 st Birthday .
Looking back
+++My 1 st Christmas+++
Merry Christmas

Favourite   Diary  

namhomm
imnamwhan
P Orchid
NAN




 

 

  พัฒนาการ 1 ขวบ+ฟันซี่ที่ 8

พัฒนาการ 1 ขวบ ฟันซี่ที่ 8

เด็กอายุเกินหนึ่งขวบ จะมีความไวต่อเหตุการณ์รอบตัวมากขึ้น และจำเสียงของพ่อแม่ได้
เมื่อพ่อกลับจากทำงานตอนเย็น เด็กได้ยินเสียงก็พยายาม จะออกไปหาที่ประตูบ้าน
หรือลืมตาตื่นขึ้นตอนบ่ายได้ยินเสียงแม่ คุยกับคนอื่นอยู่อีกห้องหนึ่ง แกจะร้องไห้
เพราะอยากไปอยู่ใกล้แม่

เด็กจะรู้จักฟังเพลงในโทรทัศน์และวิทยุ โดยเฉพาะเด็กที่มีประสาทหูดี พอถึงวัยขวบครึ่ง
ก็พอจะร้องเพลงเป็นได้บ้างแล้ว

ความสามารถในการมองก็ดีขึ้น ถ้าบนพื้นมีของเล็กๆ หรือของอะไรแปลกตาอยู่
ก็จะเก็บขึ้นมาดูหรือเอาเข้าปาก ขี้จิ้งจกบนผนังห้องหรือขี้แมลงสาป ในครัวจะมองเห็นทั้งนั้น
เวลาพาออกไปข้างนอกตอนเย็น หนูน้อยอาจสนใจมองดูพระอาทิตย์ตกดิน ดูนกบินกลับรัง ดูดวงจันทร์บนฟ้า
เด็กรับรู้สิ่งใหม่ๆ และโลกภายนอก รอบกายเพิ่มขึ้นทุกวัน

ทางด้านความเคลื่อนไหวของร่างกาย ก็พัฒนาเร็วขึ้น ที่เคยเดินได้เพียง 2-3 ก้าว
ตอนอายุหนึ่งขวบ พอถึงขวบครึ่งก็เดินได้เก่งแล้ว เด็กที่ยังเดินไม่ได้ตอนอายุ1ขวบ
จะเดินได้เองเมื่ออายุในราว13หรือ14เดือน

ไม่ว่าเด็กจะเริ่มเดินได้ ตอนหนึ่งขวบหรือขวบเศษ พอถึงขวบครึ่งแกก็จะเดินเก่งพอๆกัน
แต่ยังไม่ถึงกับวิ่งได้

การใช้มือของเด็กคล่องแคล่วมากขึ้น เมื่ออายุเกินขวบ เด็กใช้มือถือถ้วยดื่มน้ำได้เองแล้ว
แต่ยังใช้ช้อนไม่ค่อยเก่ง รู้จักปีนเข้าไปนั่งในเก้าอี้ สำหรับกินข้าวได้เอง
ยังไม่รู้จักตีหรือเอาของขว้างปาคนอื่น และยังไม่สามารถป้องกันตนเองได้


ในขณะที่เด็กรับรู้โลกภายนอก รอบกายมากขึ้น แต่ยังไม่มีความสามารถ
ป้องกันตนเองเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมแกจึงขี้กลัว เด็กช่วงวัยหนึ่งขวบถึงขวบครึ่งนี้

เป็นวัยขี้กลัวที่สุด กล่าวกันว่าเด็กกลัวหมอ เพราะจดจำความเจ็บ
ตอนที่ถูกหมอฉีดยาได้ แต่พออายุเกินหนึ่งขวบ ไม่ฉีดยาเด็กบางคนก็ร้องไห้
โดยเฉพาะเด็กที่มีพ่อแม่ซึ่งมีความรู้สึกไว เด็กจะขี้กลัวมาก เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพราะ การอบรมสั่งสอน
หากแต่เป็นนิสัยของเด็กเอง เด็กบางคนกลัวเสียงดัง โดยเฉพาะเสียงกริ่งโทรศัพท์
เสียงออดแตรรถยนต์ เสียงเครื่องบิน ฯลฯ


เด็กวัยนี้ไม่สามารถต่อสู้ กับความกลัวตัวเอง จึงเกาะติดแม่เพื่อความสบายใจ
แม่ทุกคนควรเข้าใจด้วยว่า เด็กวัยขวบครึ่งมีโอกาสเป็นเช่นนี้มาก

สิ่งที่สำคัญในช่วงนี้คือ พยายามอย่าทำให้เด็กกลัว เพราะเมื่อเด็กเกิดความกลัวขึ้นมา
แกจะเกาะแม่แจ และจะไม่เป็นตัวของตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูเด็กก็คือ
เลี้ยงให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่สามารถ ยืนอยู่บนขาของตัวเองได้

เด็กวัยหนึ่งขวบถึงขวบครึ่ง ควรได้รับความเอาใจใส่ ให้ปลอดภัยจากความกลัว
ถ้าเด็กไม่ตกอยู่ในความกลัว เติบโตขึ้นมาอย่างสงบสุข และพัฒนาพละกำลัง
ในการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้ราบรื่นแกจะมีความมั่นใจในพลังตนเอง
และไม่กลายเป็นคนขี้ขลาด ซึ่งเอาแต่วิ่งหนีฝ่ายตรงข้าม

โดยเฉพาะเด็กที่มีความรู้สึกไว(sensitive) แม่ต้องระวังเป็นพิเศษ การพาเด็กแบบนี้ไปหาหมอ
เพื่อฉีดยาบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด อย่าให้แกดูสิ่งที่น่ากลัว
ผีจะมาหลอก หรือตำรวจจะมาจับ อย่าคิดว่าการทำเช่นนี้เป็นการฝึกเด็ก

เช่นเดียวกับเด็กที่มีความรู้สึกไว ซึ่งควรได้รับการปกป้องจากความกลัว
เด็กที่คล่องแคล่วว่องไวก็ควรได้รับ การปกป้องจากอุบัติเหตุ เด็กซนนั้นชอบสำรวจโลกรอบกาย
และชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นที่สุด มีที่สูงแกก็จะปีน มีของแปลกก็เอาเข้าปาก
เห็นของประหลาดก็จับดู เผลอทีหนึ่งตกจากระเบียง เผลออีกทีกลืนเศษสตางค์เข้าปาก
ความวัวยังไม่ทันหาย แกก็เอามือไปแตะเตารีด จนหนังพองเข้าอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็ก เกือบทั้งหมดสามารถป้องกันได้
ถ้าพ่อแม่เอาใจใส่ ระมัดระวัง เอาไว้เสียแต่แรก

เด็กวัยนี้พูดได้มากคำ กว่าตอนก่อนหนึ่งขวบ มื่ออายุใกล้ๆขวบครึ่ง เด็กส่วนใหญ่จะพูดได้ราว10คำ
เช่น พ่อ แม่ หม่ๆ ปู๊นๆ หมา แมว บ๋ายบาย จ๋าจ้ะ จุ๊บ ไป ไม่ เป็นต้น

โดยเฉพาะชื่อของเพื่อนเล่นข้างบ้าน ซึ่งแกเล่นด้วยบ่อยๆ เด็กจะเรียกได้
ถ้าเพื่อนชื่อสองพยางค์ แกจะเรียกพยางค์เดียว เช่น เพื่อนชื่อ"ม่าเหมี่ยว" แกก็เรียก "เหมี่ยวๆ"

เด็กบางคนอายุขวบครึ่งแล้ว ยังพูดได้แค่2คำ คือ หม่ำๆ กับ ไม่
แต่แม่พูดอะไรแกเข้าใจหมด แสดงว่าไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อน
เด็กที่ไม่ค่อยมีใครพูดด้วย แม่เองก็งานยุ่งจนลืมคุยกับลูก เด็กจะไม่ค่อยมีโอกาสจดจำคำพูด
ทำให้พูดช้า

เด็กวัยนี้แสดงอารมณ์ได้ชัดเจนขึ้น เวลาดีใจแกจะส่งเสียงหัวร่อ เอิ๊กอ๊าก
และเวลาโกรธก็น่าดูเหมือนกัน ถ้ากำลังอุ้มอยู่แกจะเหวี่ยงตัวจนเกือบตก หรือบางคนก็กระทืบเท้าเต้นเร่าๆ
เด็กที่โกรธจัดมากๆบางคนร้องไห้จนปากเขียว และถึงขนาดชักก็มี เด็กบางคนร้องขึ้นมาทีไร
กว่าจะทำให้เงียบได้ผู้ใหญ่พากันอ่อนใจ ทังหมดนี้ไม่ใช่เป็นเพราะการเลี้ยงดูไม่ดี
แต่เป็นอุปนิสัยของเด็กมากกว่า

ตอนกลางคืน เด็กวัยนี้มักจะนอนประมาณ3ทุ่ม และตื่นเช้าตอน7-8โมง ถ้าพ่อแม่บ้านไหนไม่มีปัญหา
ในเรื่องตื่นเช้า เด็กก็จะนอนในราวหนึ่งทุ่ม และตื่นตอนหกโมงเช้า
ตอนกลางวันเด็กบางคนนอนครั้งเดียว บางคนก็นอนสองครั้ง ระยะเวลานอนแตกต่างกันมาก
เด็กที่นอนเก่งบางคนนอนกลางวัน นานถึง2ชั่วโมงขึ้นไป

เกี่ยวกับเรื่องการนอนของเด็กวัยนี้นั้น ที่แปลกคือ เด็กบางคนชอบตื่นขึ้นมาเล่นกลางดึก
สมัยอายุยังไม่ถึง1ขวบ เมื่อถูกจับใส่เตียงและดับไฟ ก็จำเป็นต้องนอน
แต่เมื่อถึงวัยนี้เตียงมักคับแคบเกินไปเสียแล้ว เด็กจึงนอนบนเตียงของพ่อแม่
หรือบางบ้านก็นอนกับพื้น พอตื่นขึ้นมากลางดึก แกก็เดินไปไหนต่อไหน
ค้นหาของเล่นมาเล่นคนเดียวได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะตอนกลางวัน เด็กได้เล่นออกกำลังกายภายนอกบ้าน
ไม่เพียงพอ แกไม่เหนื่อยจึงนอนไม่หลับ

เด็กอายุเกินหนึ่งขวบกินอาหาร3มื้อ โดยนั่งโต๊ะร่วมกับผู้ใหญ่ได้แล้ว บางมื้ออาจเป็นขนมปังหรือข้าวต้ม
บางมื้ออาจเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือข้าว เด็กวัยนี้ไม่ค่อยชอบกินข้าวนัก มื้อหนึ่งจะกินเพียงครึ่งถ้วย หรือ 1/3 ถ้วย
แม่ไม่ควรบังคับให้แกกินข้าวมากขึ้น เพราะจะทำให้กินกับข้าวจำพวกไข่ ปลา หรือเนื้อได้น้อยลง
ซึ่งไม่ถูกหลักโภชนาการ การบังคับขืนใจให้เด็กกินข้าว ทำให้เด็กพยายามหนี เมื่อถูกจับนั่งโต๊ะกินข้าว
เพราะกลัวว่าจะถูกบังคับอีก เด็กที่ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง
ในการกินอาหารแต่ละมื้อ มักเป็นเด็กที่มีแม่หรือพี่เลี้ยงซึ่ง มีความอดทน ดึงดันที่จะทำให้เด็กกินข้าวให้หมดจงได้

เด็กวัย1ขวบถึงขวบครึ่งนี้ ชอบใช้ช้อนตักข้าวกินเอง แต่ยังใช้ไม่เก่ง
ผลสุดท้ายมักลงเอยด้วยการ ใช้มือขยำข้าวใส่ปาก และบรรเลงเสียจนเกลื่อนพื้นบ้าน
แม่ที่รักสะอาดมักไม่ชอบเห็นข้าวหก แม่ที่เจ้าระเบียบ(แก่มารยาท)
มักไม่ชอบเห็นลูกเอามือขยุ้มข้าวใส่ปาก จึงไม่ยอมให้เด็กถือช้อนตักข้าวกินเอง
แต่ถ้าต้องการให้เด็กเกิดความอยากกินข้าว แม่ควรเคารพความเป็นตัวของตัวเองของลูก
ปล่อยให้เด็กตักข้าวกินเอง (อย่าลืมล้างมือให้แกก่อน) และแม่คอยช่วยป้อนกับข้าวใส่ปากให้ก็พอ
เวลากินอาหารควรเป็นเวลา ที่เด็กมีความสุขสดชื่น

เมื่อเด็กอายุเกินหนึ่งขวบ มีอีกเรื่องที่ครอบงำอยู่ในหัวของแม่คือ เรื่องการฝึกนิสัยขับถ่ายของลูก
แต่นิสัยในการขับถ่ายของเด็กแต่ละคน แตกต่างกันมากยิ่งกว่าเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น
เด็กบางคนในวัยนี้สามารถบอกแม่ได้ ทุกครั้งที่ปวดปัสสาวะหรืออุจจาระ
แต่เด็กแบบนี้มีน้อย ส่วนใหญ่ยังต้องใช้ผ้าอ้อมอยู่ เด็กที่เคยนั่งกระโถนแต่โดยดี
พออายุหนึ่งขวบกลับไม่ยอมนั่งก็มีมาก
สำหรับเด็กวัยนี้เรื่องอุบัติเหตุ น่าเป็นห่วงมากกว่าเรื่องเจ็บป่วยเสียอีก

เมื่อวันศุกร์มาม็องพาหนูไปหาคุณลุงหมอกับปาป๋า ไปถึงนั่งรอได้พักใหญ่ๆ คุณหมอตรวจคนไข้ก่อน

น่าเราเสร็จมาม็องก็ว่าเอ้ ทำไมคุณลุงหมอไม่ออกมาดูหนะว่ามีคนไข้อีกไม ได้ยินเสียงเก็บของด้วย

สรุปว่าคนนัดเวลานัดพลาด ปาป๋าโทรไปหาเลขาของคุณลุงหมอได้เวลานัด 18.20 ก็บันทึกไว้ใน

ตารางและมือถือแล้วเพราะนั้นหมายถึงปาป๋าต้องออกจากที่ทำงานก่อนเวลา และวันที่นัดปาป๋า

ก็โทรมาบอกเวลามาม้องด้วยว่าเป้นเวลานี้ แต่ไงในใบตารางที่เลขาทำให้ตุณหมอมันเป้น18.00

โขคดีที่ลุงหมอตรวจให้ไม่งั้นแย่เลย มาม็องเลยบอกปาป๋าว่าวันหลังให้ถามย้ำหลายๆรอบเลย

ว่ากี่โมงกันแน่ ดีที่ว่าเราไม่เคยมาสายทุกครั้งที่นัดกับลุงหมอ ไม่งั้นคงนึกว่าเราโกหกเป็นแน่แท้

หนูฉีดวัคซีนหนึ่งเข็ม หนูไม่งอแงเลยครับลูกเพราะมาม็องเอาของเล่นมาหลอกล่อหนูไม่ให้หันไป

มองที่เข็ม อิอิ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีครับตอนนี้หนูสูง 78 เซน แต่หนักแค่9.5 กิโล

ลุงหมอบอกว่าให้มาม็องใช้น้ำมันโอลีฟออย และเนยโอเมก้า3 ทำกับข้าวให้หนูทานด้วย

จะได้น้ำหนักขึ้นกว่านี้หน่อยอะครับ 

                       หลายวันแล้วที่ปาป๋าซื้อกระโทนมาให้หนูฝึกนั่งแต่ไม่เคยได้เอาขึ้นมาจากโรงรถ

เลยสักทีวันนี้มาม็องเลยลงไปเอาเองซะเลย ก็เอามาให้หนูลองนั่งดู หนูก้นั่งแต่โดยดีนะครับแต่ว่าไม่

ทำทุกข์หนักปล่อยแต่แบบเบาๆ มาม้องเลยบอกปาป๋าลองวันพรุ่งนี้แล้วกันเพราะถ้าฝีนมากๆแกจะไม่ชอบ

ได้อ่านเกี่ยวกับวิธีฝึกขับถ่ายมาม็องเลยเอามาแปะไว้ด้วยครับ

วัยก่อนหนึ่งขวบ เราจะประมาณเวลา เพื่อจับเด็กนั่งกระโถน ไม่ใช่เป็นการประหยัดผ้าอ้อมเท่านั้น
แต่ระยะหนึ่งถึงหนึ่งขวบครึ่งนี้ เราอาจฝึกนิสัยนั่งกระโถน ให้เด็กได้ภายใต้เงื่อนไข2ประการคือ

ประการแรก
ฤดูที่ฝึกไม่ใช่ฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูที่เด็กฉี่บ่อย ตอนนนี้หนาวซะด้วยอะสิครับ สงสัยต้องพับโครงการก่อน

ประการที่สอง
เด็กที่จะฝึกเป็นเด็กที่ฉี่ไม่บ่อย แต่ละวันแกฉี่น้อยครั้งเมื่อเปรีบกับเด็กคนอื่น ข้อนี้คงไม่ได้อีกเพราะหนูฉี่บ่อย
ในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็น เด็กจะฉี่บ่อยกว่าฤดูอื่น และไม่ค่อยยอมให้ถอดกางเกง
เพื่อที่จะนั่งกระโถนเย็นๆ โดยเฉพาะในแถบที่อุณหภูมิต่ำ อากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ
เด็กมักจะฉี่เสียก่อน ที่จะถึงเวลานั่งกระโถนอยู่บ่อยๆ
ถ้าเด็กฉี่แต่ละครั้ง ช่วงระยะห่างประมาณชั่วโมงครึ่งขึ้นไป เราก็พอจะกำหนดเวลา
ฝึกนิสัยนั่งกระโถนให้แกได้ แต่ถ้าช่วงห่างไม่ถึงชั่วโมง ก็คงจะยังฝึกไม่ได้
ในกรณีทีเด็กอายุเกินหนึ่งขวบแล้ว และฉี่ไม่บ่อยนักในแต่ละวัน ประจวบกับช่วงที่ฤดูที่อากาศไม่หนาว
แม่อาจให้แกเลิกนุ่งผ้าอ้อมได้เลย และคอยประมาณเวลาจับให้แกนั่งกระโถน

ถ้าเด็กร้องก็เลิกฝึก แล้วรอไปอีกสักระยะหนึ่ง ข้อนี้ตอนมาม็องฝึกหนูไม่ร้องอะครับ ก่อนให้เด็กนั่งกระโถน
อาจชวนแกด้วยคำพูดก่อนว่า "ฉี่หน่อยนะลุก" และเมื่อนั่งกระโถนแล้ว พูดว่า "ฉี่..ฉี่.." ตามไปด้วย

พอเสร็จเรียบร้อยต้องชมเชยว่า "ลูกเก่งจังเลย ฉี่เสร็จแล้ว" ทั้งนี้เพื่อให้เด็กจดจำว่า
การกระทำแบบนี้คือการ "ฉี่" ต่อมาก็สนับสนุนให้เด็กพูดคำว่า "ฉี่..ฉี่"ไปด้วย
ไม่นานนักเด็กก็จะเข้าใจว่า การขับถ่ายแบบนี้เรียกว่า"ฉี่" แต่ทว่า กว่าเด็กจะสามารถบอกแม่ได้
ก่อนที่แกจะฉี่ เด็กก็ต้องผ่านควาามพยายาม หนักอยู่ระยะหนึ่ง

ตอนแรก แกจะบอกก็ต่อเมื่อฉี่ไปแล้ว รู้สึกเปียกแฉะ และรู้ว่านั่นคือ"ฉี่" จึงแสดงออกมาเป็นคำพูด
ถ้าหากแม่ดุว่าแก "แหมอะไรฉี่เสร็จแล้วถึงบอก ไม่ได้เรื่องเลย" เด็กคงเสียใจและไม่อยากบอกอีกต่อไป
ขั้นต่อไป เด็กจะบอกเมื่อตนปวดท้องฉี่มาก และกำลังจะฉี่ออกมา
แต่ไม่สามารถทนอั้นไว้ จนกระทั่งแม่มาช่วยได้ทัน จึงเปียกเสียก่อน

ถ้าแม่โมโหดุเอาอีกว่า "ทีหลังบอกให้เร็วๆกว่านี้หน่อยซี่" จะทำให้เด็กเสียใจได้
เมื่อผ่าน2ขั้นตอนนี้ไปแล้ว เด็กจึงสามารถบอกฉี่ และรู้ระยะที่จะต้องอั้นเอาไว้ได้
แม่ส่วนใหญ่อยากให้ลูกบอกฉี่ได้เร็วๆ เมื่อเด็กฉี่ก่อนที่จะบอก
หรือบอกแล้วแต่ไม่ทันแม่มักจะดุ หรือที่แย่กว่านั้นก็ตีก้นเอาด้วย เด็กจึงคิดผิดว่า ถ้าบอกฉี่แล้วจะถูกลงโทษ
จึงไม่ยอมบอกอีก เพราะฉะนั้น ไม่ว่าลูกของคุณ จะบอกฉี่ก่อนหรือหลังจากที่ฉี่ไปแล้ว
ขอให้ชมเชยทุกครั้งที่แกพยายามบอก ถ้าอยากให้เด็ก ควบคุมการขับถ่ายของตนเองได้
เราต้องยุให้แกรู้จักบอกฉี่เสียก่อน

การฝึกขับถ่ายนั้น ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ว่า ควรเริ่มเมื่ออายุกี่ปีกี่เดือน ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า
เราจะสนับสนุนให้เด็กรู้จักบอกฉี่ได้อย่างไร การที่โรงเรียนอนุบาล หรือสถานเลี้ยงเด็กสามารถฝึกเด็กในเรื่องนี้
ได้ดีกว่าทางบ้าง เพราะครูหรือพี่เลี้ยงจะไม่ดุด่า หรือบ่นว่าเมื่อเด็กเกิดพลาดพลั้ง
มีแต่คำชมเชยและให้กำลังใจอยู่เสมอ เหตุที่เราไม่ฝึกขับถ่ายในฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กฉี่บ่อย
เพราะเด็กเองก็ไม่มีอารมณ์อยากนั่งกระโถน นอนกจากนั้นเด็กยังเผลอฉี่รดกางเกงบ่อยๆ
ทำให้เราชมเชยแกไม่ค่อยได้ด้วย

ถึงเด็กบางคนในวัยนี้ จะสามารถบอกฉี่ได้แล้วในตอนกลางวัน แต่กว่าแกจะสามารถตื่น
ขึ้นมาบอกฉี่ได้ตอนกลางคืนนั้นยังอีกนาน คงต้องใช้ผ้าอ้อมไปก่อนในตอนกลางคืน

เรื่องบอกฉี่นี้ ออกจะยากสักหน่อยสำหรับเด็กวัยนี้ แต่เรื่องอึนั้นเด็กส่วนใหญ่
สามารถนั่งถ่ายในกระโถน หรือในห้องน้ำได้แล้ว เพราะก่อนจะอึ เด็กมักแสดงอาการทางสีหน้า
และทำท่าเบ่ง ทำให้สังเกตเห็นได้ง่าย และพาไปห้องน้ำได้ทันเวลา

                                              อ่านดูแล้วสงสัยเรื่องการฉี่มาม็องคงต้องยังไม่ฝึกหนูช่วงนี้นะครับ

เพราะอากาศยังหนาวอยู่ ส่วนเรื่อถ่ายนั้น ปกติมาม็องจะกะเวลาได้อยู่แล้วนั้นคือหลังอาหารและหนูจะ

แสดงสีหน้าเหมือนที่หนังสือบอก มาม็องจะลองพยายามเอาหนูนั่งกระโถนดูนะครับลูก หวังว่าหนูจะให้

ความร่วมมือมาม็องนะครับลูก

                                                 ตอนนี้ฟันหนูขึ้นมา 8 ซี่แล้วครับตอนแรกมาม็องก็ว่าทำไม

ฟันหนูไม่ขึ้นต่อจากซี่ที่ 6 มาได้สักเกือสองเดือนแล้วอะครับ สรุปว่ามาโผล่พร้อมกันทีเดียวสองซี่เลยอะครับ

ตอนนี้หนูเลยมีฟันบน 4 ซี่และล่างอีก 4 ซี่แล้วครับ

พัฒนาการ 1 ขวบ ฟันซี่ที่ 8


รื้อ แทะ แกะ เกา คืองานหลักครับผม

พัฒนาการ 1 ขวบ ฟันซี่ที่ 8

มาม็องครับหนูเอาอุโมงค์มาเล่นเหมือนที่จิมโบนะครับ


พัฒนาการ 1 ขวบ ฟันซี่ที่ 8

อันนี้เบื่อแล้วหนูไปหาอันอื่นเล่นก่อนนะครับผม

ชีวิตประจำวันของเด็กวัยนี้ ส่วนใหญ่ใช้เวลาไปในการเล่นมากที่สุด เด็กจะค้นพบความสามารถพิเศษของตนเอง
ในระหว่างการเล่น พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญ กับการเล่นของเด็ก
ตอนแรกคอยสังเกตุดูว่า เด็กชอบของเล่นแบบไหน และคอยสนับสนุนการเล่นที่เด็กชอบ

เด็กวัยนี้แทบทุกคน ชอบการเล่นที่ใช้ร่างกายทั้งตัว จึงควรส่งเสริมทักษะ
การออกกำลังกายของเด็ก น่าจะให้เด็กได้มีโอกาสเล่นชิงช้า ไม้ลื่น รถเข็น ลูกบอล ฯลฯ

ถ้าอยากส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ควรให้ของเล่นประเภทแท่งไม้
สำหรับสร้างเป็นสิ่งต่างๆให้สีเทียน หรือสีเมจิคและกระดาษแผ่นใหญ่ สำหรับเขียนเล่นตามใจชอบ
การอ่านหนังสือภาพให้เด็กฟัง ช่วยกระตุ้นให้เด็กสร้างโลกในฝัน ของตนขึ้นมา
สำหรับเด็กอายุยังไม่ถึงขวบครึ่ง เรื่องที่อ่านไม่ควรสลับซับซ้อนนัก
ถ้ามีฉากเกินกว่า3ฉากเด็กคงเข้าใจยาก
เด็กที่ชอบรถยนต์ อาจสนใจแต่หนังสือภาพรถยนต์ เด็กที่ชอบสัตว์อาจสนใจดู
แต่หนังสือภาพสัตว์ ซึ่งก็ไม่เป็นไร เพราะคนเราเกิดมาไม่จำเป็น ต้องจดจำสารานุกรมทั้งชุด

เด็กที่ชอบดนตรีมักจำเพลง ในโทรทัศน์หรือวิทยุได้ เด็กแบบนี้ควรเปิดเพลงให้ฟังบ่อยๆ
แต่ไม่ควรเปิดวิทยุทิ้งไว้ทั้งวัน เพราะจะทำให้เด็กสนใจฟังเสียงต่างๆน้อยลง
เด็กที่ชอบเคาะชอบตีให้เกิดเสียง ควรให้ของเล่นประเภทกลองหรือระนาด

เราให้ของเล่นหรืออุปกรณ์ในการเล่น ที่เด็กชอบเพราะต้องการให้เด็กสนใจ
เล่นอยู่ได้นาน คนสมัยก่อนชอบพูดว่า ห้ของเล่นแก่เด็กน้อยชิ้น
ดีกว่าให้หลายชนิดเกินไป ที่จริงจำนวนของเล่นจะมากหรือน้อย
ไม่สำคัญเท่าไรนัก ขอให้เด็กสนใจเล่นอยู่นาน เป็นใช้ได้

หากเด็กได้มีโอกาสเล่นชิงช้า หรือเล่นทรายในสนามกว้างๆทุกวัน
ก็จะดีถ้าที่บ้านไม่มีสนาม สิ่งที่แม่พอจะช่วยลูกได้คือ
พาออกไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่นนอกบ้าน สำหรับผู้ใหญ่การฝึกร่างกาย เช่น การเดินหรือวิ่งเหยาะ ไม่ใช่การเล่น
แต่สำหรับเด็กวัยนี้ การพาไปเดินเล่นก็เป็นการเล่นอย่างหนึ่ง

จาการท่มาม็องสังเกตุหนู หนูจะชอบฟังเพลลงมากๆทุกครั้งที่เปิดเพลงหนูจะอารมณ้ดีมากๆเลยครับ

แล้วก็เจ้า cube activite ที่ปาป๋าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดหนูอะครับ

หนูจะชอบเล่นมากๆ แต่โดยมากหนูมันจะเล่นเวลาตอนเย็นที่ปาป๋าอยู่ด้วย

ตอนนี้มาม็องพยายามพูดกับหนูให้มากขึ้นแต่ว่าไม่รู้จะมาพอให้หนูจดจำและอยากจะพูดตามรึไม่

เพราะว่ามาม็องก็ป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งสะด้วยอะครับแต่มาม็องจะพยายามพูดบ่อยๆและบอกหนู

ทุกครั้งที่มาม็องทำอะไรให้หนูซึ่งปกติมาม็องจะบอกหนูอยู่แล้วแต่อาจจะมีบางครั้ที่หลงลืมไม่พูดบ้าง

พัฒนาการ 1 ขวบ ฟันซี่ที่ 8

 

     Share

<< forever + Leo ตั้งไข่...เมื่อหนูไม่สบายและมีอาการท้องเสียร่วม >>

Posted on Mon 14 Jan 2008 5:05

Lilypie - Personal pictureLilypie

 

 

 

 

                 

แอลมีความรู้เรื่องเด็กดีมากๆๆเลยค่ะ ถ้าแนนมีลูกเมื่อไหร่คงต้องมานั่งอ่านไดแอลย้อนหลัง เพราะตอนนี้อ่านไปเยอะค่ะแต่คงจำไม่หมดเพราะเป็นไดที่ดีและให้ความรู้กับคนเป็นแม่รุ่นหลังอย่างแท้จริง ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะค่ะ ที่ให้ประสบการณ์ดีๆๆที่หาซื้อด้วยเงินไม่ได้ ขอให้เลโอโตไวๆๆนะคับ
แนน   
Mon 14 Jan 2008 23:07 [1]

 

 

 

 

 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

  

 
Free Mickey Mouse 1 MySpace Cursors at www.totallyfreecursors.com