Last  Diary

Weekend @ TOURS
วันสบาย....
เสาร์ อาทิตย์ สั้นจังครับ
Bye Bye Thailand & C u next year kab....
Hua hin and Pattaya
อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง
come back to France...
สงน้ำพระแล้วไปไหว้แม่ย่าครับ
สุขสันต์วันสงกานต์
ร้อน ร้อน ร้อน....จังครับ
2 สัปดาห์ไม่ได้อัพไดเลยครับ....

Favourite   Diary  

namhomm
imnamwhan
P Orchid
NAN




 

 

  อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

                                                    มาม็องขออัพเดทย้อนหลังให้หนูสามอาทิตย์ล่าสุดให้หนูว่าเรา

ได้ทำอะไรกันบ้างที่เมืองไทยนะครับผม เพราะช่วงสามอาทิตย์สุดท้ายที่เราอยู่ที่ไทยเป็นช่วงที่ปาป๋า

อยู่ด้วยกับเรา เริ่มย้อนหลังจาก อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้งกันครับ ตอนสายเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว

ปาป๋าเดินมาบอกมาม็องว่าอยากไปที่นี้กัน  มาม็องเลยไปชวนคุณตาคุณยายไปด้วย แต่ปัญหาคือเรา

ต้องไปแบบรีบทำเวลามากๆครับเพราะว่าตอนบ่ายสามครึ่งเราต้องไปรับพี่อ้อม แต่คุณยายบอกว่า

วันนี้พี่ออมเริ่มเรียนพิเศษแล้วเลิกสี่โมงครึ่ง ค่อยหายใจหายคอโล่งหน่อยนะครับไม่อย่างงั้นพวกเรา

ต้องรีบแบบไฟลนก้นแน่ๆเลยอะครับผม

เราไปถึงที่เขาพนมรุ้งเกือบบ่ายโมงครึ่งแล้วอะครับ หาที่ทานข้าวเสร็จแล้ว

ก็ได้เวลาหม่ำกันแล้วครับ ส่วนหนูเรียบร้อยตั้งแต่อยู่ในรถแล้วครับ เพราะว่าหนูทานตอนเที่ยงพอดี

คุณยายห่อข้าวเหนียวกับไก่ย่างมาให้หนูด้วยครับ จังหวะที่เราไปถึงมีพีพีนักศีกษามาเที่ยว

สองคันรถด้วยกันครับ ทำให้เวลาในการทานอาหารอาจจะช้าลงไปเพราะคนค่อนข้างเยอะและร้านอาหาร

ที่นั้นมีจำนวนไม่มากนัก  พอทานเสร็จคุณยายก็พาหนูเดินไปดูของที่ระลึก

คุณยายบอกว่าหนูไปตีกลองยาวใหญ่เลย  ตีไปเต้นไปปป้าเจ้าของร้านบอกว่าสงสัยหนู

ท่าทางจะชอบดนตรีมากนะครับนี้ มาม็องเลยบอกกับหนูว่าไว้เราลงมาจากไปเที่ยวแล้วมาม็องจะซื้อ

กลองให้หนูนะครับ  หลังจากนั้นเราก็เริ่มเดินทะยอกขึ้นไปยังเขาพนมรุ้งแล้วครับผม

ค่าเข้าอยู่ที่ 10 บาท ชาวต่างชาติ 40บาท ครับผม

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

 

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่

ประวัติ

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

สถาปัตยกรรมและโบราณสถาน

ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

สะพานนาคราช

ถัดจากนั้นเป็นทางเดินทั้งสองข้างประดับด้วยเสามียอคล้ายดอกบัวตูมเรียกว่าเสานางเรียง จำนวนข้างละ 35 ต้น ทอดตัวไปยังสะพานนาคราช ซึ่งผังกากบาทยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียร สะพานนาคราชนี้ ตามความเชื่อเป็นทางที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า สิ่งที่น่าสนใจคือ จุดกึ่งกลางสะพาน มีภาพจำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบ อาจหมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปด ในศาสนาฮินดู หรือเป็นจุดที่ผู้มาทำการบูชา ตั้งจิตอธิษฐาน จากสะพานนาคราชชั้นที่ 1 มีบันไดจำนวน 52 ขั้นขึ้นไปยังลานบนยอดเขา

ที่หน้าซุ้มประตูระเบียงคดทิศตะวันออก มีสะพานนาคราชชั้นที่ 2 ระเบียงคดก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบลานปราสาทแต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ เพราะมีผนังกั้นอยู่เป็นช่วง ๆ มีซุ้มประตูกึ่งกลางของแต่ละด้าน ที่มุมระเบียงคดทำเป็นซุ้มกากบาท ที่หน้าบันของระเบียงคดทิศตะวันออกด้านนอก มีภาพจำหลักรูปฤๅษีซึงหมายถึงพระศิวะในปางที่เป็นผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และอาจรวมหมายถึง นเรนทราทิตย์ ผู้ก่อสร้างปราสาทประธานแห่งนี้ด้วย

ตัวปราสาท

ปราสาทประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุน ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้าง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ เชื่อว่า สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราว พุทธศตวรรษที่ 17

ทางเดินด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีปราสาทอิฐสององค์และปรางค์น้อย จากหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม กล่าวได้ว่า ปราสาททั้งสามหลังได้สร้างขึ้นก่อนปราสาทประธานราวพุทธศตวรรษที่ 15 และ 16 ตามลำดับ ส่วนทางด้านหน้าของปราสาทประธาน คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารสองหลังก่อด้วยศิลาแลง เรียกว่าบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ทางศาสนา ก่อสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18


ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น พระศิวนาฏราช (ทรงฟ้อนรำ) ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระราม (ในเรื่องรามเกียรติ์) หรือพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤๅษีเป็นต้น

ปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤๅษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่น ๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า โรงช้างเผือก

บริเวณรายรอบ

ชุมชนที่เคยตั้งอยู่บริเวณเขาพนมรุ้งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ เพราะนอกจากมีบารายหรืออ่างเก็บน้ำ ซึ่งใช้ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของปากปล่องภูเขาไฟเดิมเป็นอ่างเก็บน้ำอยู่บนเขาอยู่แล้ว ที่เชิงเขามีบารายอีก 2 สระ คือสระน้ำหนองบัวบารายที่เชิงเขาพนมรุ้ง และสระน้ำโคกเมืองใกล้ปราสาทหินเมืองต่ำ สระน้ำบนพื้นราบเบื้องล่างภูพนมรุ้งนี้รับน้ำมาจากธารน้ำที่ไหลมาจากบนเขา นอกจากนี้ยังมีกุฏิฤๅษีอยู่ 2 หลัง เป็นอโรคยาศาลที่รักษาพยาบาลของชุมชนอยู่เชิงเขาด้วย

บริเวณที่ตั้งของปราสาทพนมรุ้งอาจเคยเป็นที่ตั้งของศาสนพื้นถิ่นมาก่อนที่จะมีการก่อสร้างขึ้นเป็นปราสาท ที่มีความใหญ่โตงดงาม สมกับเป็น กมรเตงชคตวฺนํรุง ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งปราสาทพนมรุ้ง อันหมายถึงองค์พระศิวะในศาสนาฮินดูที่กษัตริย์ขอมทรงนับถือ การเปลี่ยนสถานที่เคารพพื้นถิ่นให้เป็นปราสาทกินตามแบบคติขอม น่าจะเกี่ยวเนื่องกับ การเปลี่ยนลักษณะการเมืองการปกครอง ที่ผู้นำท้องถิ่นมีความสัมพันธ์กับกษัตริย์ขอมโดยใช้ระบบความเชื่อมทางศาสนา วัฒนธรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น

ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

 

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

 

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

 

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

 อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

บ่ายแกๆๆเด็กคนนี้เริ่มแสดงอาการอมนิ้วแล้วครับผม พอเห็นท่านี้ต้องรีบแล้วหละครับ

เราเดินๆกันเกือบชั่วโมงแล้วก็ต้องรีบกลับเพราะว่ากลัวจะกลับมารับพี่ออมไม่ทัน

ตอนไปเที่ยวหนูไมงอแงเลยครับดูนั้นดูนี้ตลอดมีเดินเองบ้างเป็นครั้งคราว

มีพี่พี่ขอถ่ายรูปหนูบ้าง คุณยายก็ให้ถ่ายแถมหนูก็ยอมให้พี่เขาถ่ายแต่โดยดีด้วยครับ

เราเดินทางกลับถึงโคราชกันตอนห้าโมงกว่าๆแล้วเพราะรถติดระหว่างถางที่ไป

โรงเรียนพี่ออม พอกลับถึงบ้านหายเหนื่อยได้สักพักพวกเราก็ไปว่ายน้ำกันครับ

เพราะปาป๋าบอกว่าอยากว่ายน้ำทุกวัน หนูก็เลยพลอยได้ว่ายน้ำไปกลับปาป๋าทุกวันด้วย

 

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

โหมดประจำวันของหนู

ตอนนี้หนูเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้วครับ หลังจากทีเมือสามวันก่อนหนูจะต้องุลุกขึ้นมาตอนตีสามเป็นประจำ

แล้วเดินไปนั้นนี้แล้วค่อยกลับมานอนใหม่อะครับ แต่ว่าเรื่องนอนคนเดียวหนูยังทำไม่ได้อะครับ

เพราะหนูไม่ยอมที่จะขึ้นเตียงนอนของหนูเลย พอเอาไปไว้หนูก็จะนอนร้องไห้ตลอด

ร้องเหมือนใจจะขาด มาม็องก็สงสารหนูเหลือเกิน ห้าวันนี้มาม็องก็เลยเอาหนูนอนกับมาม็องก่อน

พอหนูปรับตัวกับบ้านได้แล้วเราค่อยว่ากันใหม่ แต่งานนี้สงสัยว่าปาป๋าจะต้องเป้นคนหัดหนู

ให้กลับสู่สภาพปกติอะครับเพราะมาม็องใจไม่แข็งพอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหนูไม่ยอมจริงๆ

มาม็องบอกกับปาป๋าแล้วว่าจะไปนอนกับหนูในห้องข้างๆเตียงก่อน พอที่หนูปรับตัวนอนคนเดียวได้

เหมือนเมือก่อนแล้วค่อยปล่อยให้หนูนอนคนเดียวเหมือนเคยนะครับผม

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

ตอนนี้ฟันซี่ที่ 15 &16 หนูกำลังจะขึ้นอะครับช่วงนี้เลยทำให้หนูค่อนข้างเบื่อาหารและมีไข้

เมือวานนี้หนูมีไข้ 38.7 มาม็องก็พยายามจับตัวหนูดูตอนกลางคืนเพราะกลัวไข้จะสูง

ขอให้หนูหายไข้ไวๆแล้วฟันขึ้นเร็วๆนะครับจะได้กลับมาทานได้เหมือนเดิมนะครับลูก

อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

 

Shes dangerous - M.Pokora ft timbaland & Sebastian

     Share

<< come back to France...Hua hin and Pattaya >>

Posted on Fri 23 May 2008 19:46

Lilypie - Personal pictureLilypie

 

 

 

 

                 

ดีจังได้ไปก่อนที่จะโดนทำลาย นึกแล้วเศร้าล่ะ

ต้องปรับตัวกันเยอะเลยเนอะทั้งแม่ทั้งลูก
ขอให้หนุ่มเลโอกลับมาเหมือนเดิมเร็วๆนะครับ

   
Sat 24 May 2008 22:50 [1]

 

 

 

 

 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

  

 
Free Mickey Mouse 1 MySpace Cursors at www.totallyfreecursors.com